ถังขยะ ถุงขยะ

ถ้าพูดถึงขยะ กรุงเทพมหานครของเรา ติดอันดับขยะมากที่สุดในโลกเป็นอันดับต้นๆ ซึ่งไม่น่าจะเป็นความภาคภูมิใจสักเท่าไหร่ เพราะคนจำนวนมากไม่นิยมทิ้งขยะลงในถังขยะ หรือเก็บขยะใส่ถุงขยะ แล้วนำไปทิ้งให้เป็นที่เป็นทาง จนมองไปทางไหนก็เห็นแต่เศษถุง เศษขยะ เป็นระยะๆ ทั้งๆ ที่บางทีก็มีถังขยะวางตั้งไว้ใกล้ๆ ด้วยซ้ำ

จริงๆ แล้ว การปลูกฝังนิสัยรักความสะอาด รู้จักทิ้งขยะให้เป็นที่เป็นทาง เป็นสิ่งที่ทุกๆ คนในบ้านเมืองเรา ควรจะยึดถือปฏิบัติให้เป็นลักษณะนิสัยที่ดี เพื่อให้บ้านเมืองของเราสะอาด สะอ้าน สวยงาม

 

ถ้าเราสังเกต จะเห็นได้ว่า ถังขยะตามข้างทางที่หน่วยงานดูแลความสะอาด นำมาจัดตั้งไว้ เพื่อให้ประชาชนได้ทิ้งขยะให้ถูกประเภท มีถึง 4 ถังด้วยกัน แต่ละถังแยกเป็น สีเขียว สีเหลือง สีน้ำเงิน และสีแดง

แต่มีใครรู้บ้างมั้ยคะว่า ถังขยะแต่ละสีนั้น เอาไว้ทิ้งขยะประเภทไหนบ้าง

 

ถังขยะสีเขียว ใช้สำหรับทิ้งเศษอาหาร หรือใบไม้ ผัก หรือเศษขยะที่ย่อยสลายได้ง่าย

ถังขยะสีเหลือง เป็นถังขยะประเภทรีไซเคิล ซึ่งนักขายของเก่า นิยมเก็บไว้ขายตามร้านขายของเก่า กลายเป็นรายได้พิเศษที่ทำรายได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ

ถังขยะสีน้ำเงิน เป็นถังใส่ขยะ ที่ไม่สามารถนำกลับมาใช้ได้อีก เช่น โฟม ถุงพลาสติก ขยะประเภทนี้ย่อยสลายยาก ใช้เวลานับพันปีกว่าจะย่อยสลายได้หมด ถ้าจำกันได้ ที่ผ่านมาเคยมีการรณรงค์ให้ลดการใช้โฟม และพลาสติกกันอยู่ระยะหนึ่ง

ถังขยะสีแดง เอาไว้ทิ้งขยะเป็นพิษ ประเภทกระป๋องสี แบตเตอรี่ ยาฆ่าแมลง หรือแม้แต่อุปกรณ์ที่ใช้ในโรงพยาบาล ซึ่งขยะเหล่านี้ จะต้องถูกกำจัดในโรงเผาขยะพิเศษ เป็นการป้องกันมลพิษในการเผาขยะประเภทนี้

 

ในปัจจุบัน ยังมีขยะที่ไม่ได้ถูกเผาทิ้งอีกเป็นจำนวนมาก และมีขยะที่เพิ่มมากขึ้นทุกวัน สถานที่ทิ้งขยะบางที่ เมื่อขับรถผ่านไป จะมองเห็นคล้ายๆ มีภูเขาลูกย่อมๆ ตั้งอยู่ ซึ่งนั่นก็คือกองขยะที่ถูกสะสมเพิ่มมากขึ้นทุกวัน

เมื่อพูดถึงถังขยะ ซึ่งเป็นหน้าที่ของหน่วยงานภาครัฐแล้ว ก็ต้องพูดถึงถุงขยะประจำบ้านของเรากันบ้าง บางบ้านอาจจะใช้ถุงจากห้างสรรพสินค้ามาใส่ขยะ แล้วนำไปทิ้งถังขยะหน้าบ้านทุกวันๆ แต่ไม่เคยแยกประเภทถุงขยะ ก็ไม่เป็นไร อย่างน้อยยังรู้จักทิ้งขยะลงถุง และนำไปทิ้งเป็นที่เป็นทาง

 

แต่บางบ้าน คุณแม่บ้านที่มีความเป็นระเบียบ รู้จักแยกถุงขยะของเน่าเสีย กับถุงขยะที่เป็นอันตรายออกจากกัน ก่อนทิ้งก็แยกประเภทไว้ให้เห็นชัดเจน เป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่พนักงานเก็บขยะได้อีกด้วย ที่สำคัญคือเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับสมาชิกในบ้านได้เป็นอย่างดี

คนไทยเราในยุคสมัยนี้ ส่วนหนึ่งกลายเป็นคนเอาตัวรอดกันไปแล้ว หากไม่ใช่เรื่องที่ทำให้ตัวเองเดือดร้อน ก็มักจะเพิกเฉย แต่การรักษาความสะอาด เป็นเรื่องของทุกๆ คนที่อยู่ในสังคม จำเป็นต้องรับผิดชอบร่วมกัน

 

ยกตัวอย่างเช่น ประเทศสิงคโปร์ ที่มีกฏหมายเกี่ยวกับการทิ้งขยะ ดุเดือดมาก ค่าปรับสำหรับการทิ้งขยะเรี่ยราด เป็นจำนวนเงินมากทีเดียว ซึ่งประชาชนชาวสิงคโปร์ ถูกปลูกฝังในเรื่องนี้ แม้แต่เด็กตัวเล็กๆ เมื่อเห็นใครบ้วนน้ำลายลงบนถนน หรือคายหมากฝรั่งไม่ลงถังขยะ หนูน้อยใจกล้า เดินเข้าไปฟ้องตำรวจ จนเป็นที่กล่าวขวัญถึงกันอย่างกว้างขวาง ตัวอย่างดีๆ แบบนี้ อยากให้พี่น้องชาวไทยของเรา ได้ฝึกฝนตนเองจนกลายเป็นความเคยชินที่ดีกันบ้างค่ะ