การซักผ้าม่าน วิธีซักผ้าม่าน และบริการรับซักผ้าม่าน

หลายบ้านที่ติดเครื่องปรับอากาศ ย่อมต้องใช้ผ้าม่านสำหรับป้องกันแสง ทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานได้ดีขึ้น

และผ้าม่าน ยังช่วยป้องกันแสงแดด ทำให้ไม่ต้องใช้เวลานานมาก ในการทำอุณหภูมิความเย็น และทำให้ความเย็นไม่ระเหยออกภายนอก  อีกทั้งผ้าม่านยังช่วยป้องกันฝุ่นละออง และจัดเป็นของที่ใช้สำหรับตกแต่งบ้าน อย่างหนึ่งด้วยเช่นกัน

แต่การที่ใช้ผ้าม่านมาเป็นเวลานาน บรรดาฝุ่นละออง และเศษผงต่างๆ ก็จะมาเกาะกันเป็นจำนวนมาก หรืออาจเกิดเป็นเชื้อราด้วย ซึ่งจะกลายเป็นปัญหา ในเรื่องมลภาวะทางอากาศไปเลย

หากต้องสูดเอาฝุ่นเข้าสู่ร่างกายเป็นเวลานานๆ ก็จะทำให้เกิดโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะหากมีเด็กๆ หรือผู้สูงอายุอยู่ด้วย จะยิ่งเป็นปัญหาใหญ่เลยทีเดียว

 

ดังนั้น การทำความสะอาด ด้วยการซักผ้าม่านเป็นประจำ อย่างสม่ำเสมอ จึงเป็นสิ่งที่มีความจำเป็น อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

หากบ้านไหนไม่มีเวลา หรือไม่ถนัด ก็อาจเรียกใช้บริการรับซักผ้าม่านก็ได้ แต่หากต้องการจะประหยัด อยากซักผ้าม่านด้วยตัวเองนั้น ก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน เพียงแต่อาจจะต้องใช้เวลามากอยู่พอสมควร

 

วิธีซักผ้าม่าน มีขั้นตอนคร่าวๆ ดังต่อไปนี้

1. ถอดผ้าม่านออกจากราง ด้วยความระมัดระวัง หากไม่ชำนาญหรือไม่ถนัด ควรเรียกช่างมาช่วย เพื่อไม่ให้รางเกิดความเสียหาย รวมทั้งตะขอเกี่ยวผ้าเกิดความเสียหายด้วย และจัดการเคลียร์เฟอร์นิเจอร์ หรือสิ่งของอื่นๆ ที่อยู่ใกล้ๆ ออกก่อนที่จะนำผ้าม่านลง

2. ถอดอุปกรณ์ต่างๆ เช่น โซ่ถ่วง ตะขอที่ใช้เกี่ยว ออกให้หมด แล้วนำผ้าม่านออกมาข้างนอก ปัดเคาะฝุ่นเท่าที่ทำได้ แล้วนำผ้าม่านไปแช่น้ำเปล่า ประมาณครึ่งชั่วโมง หากไม่ได้ทำความสะอาดมาเป็นเวลานาน มีคราบดำมาก ก็อาจแช่น้ำต่อไปอีกครึ่งชั่วโมงก็ได้ โดยคราวนี้ ให้ใช้ผงซักฟอก หรือน้ำยาซักผ้า และบางท่าน อาจจะใช้ใช้น้ำส้มสายชู ที่ช่วยชำระคราบสกปรก ที่ฝังไว้นานได้ดี เติมลงไปแช่ด้วย

3. หลังจากแช่ผ้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้นำผ้าม่านเข้าเครื่องซักผ้า หากพบว่ามีเชื้อรา ก็ใส่เกลือประมาณครึ่งถ้วย หรือปูนขาวลงไป 2 สิ่งนี้จะช่วยฆ่าเชื้อราได้ แล้วตั้งโปรแกรมเครื่องให้เป็นแบบการซักผ้าหนา ซักประมาณ 2-3 รอบ

4. เมื่อเครื่องซักผ้าปั่นจนครบรอบแล้ว ให้นำผ้าม่านตากทันที ไม่ควรนำเข้าไปปั่นแห้ง เพราะจะทำให้ผ้าม่านมีรอยยับมาก เสียทรงไม่สวยงามเหมือนเดิม

5. ทำความสะอาดรางให้ทั่ว ไม่ให้มีฝุ่นเหลืออยู่ พอผ้าม่านแห้ง จึงใส่โซ่ถ่วง ตะขอ และอุปกรณ์ต่างๆ เข้าที่ดังเดิม แล้วแขวนติดกับรางไว้ดังเดิม

 

สำหรับวิธีซักผ้าม่านคร่าวๆ ก็มีเพียงเท่านี้ ส่วนที่สำคัญที่สุด ที่ต้องระวังเป็นพิเศษก็คือ ตอนที่จะนำผ้าม่านลงมาจากราง หากไม่มั่นใจจริงๆ ควรให้ช่างมาถอดให้ หรือให้ร้านซักผ้าม่าน มาบริการแบบครบวงจรเลย ก็น่าจะเป็นวิธีการที่ดีและเหมาะสมที่สุด

โดยเฉพาะหากคุณมีผ้าม่านขนาดใหญ่หลายชิ้น การจะซักผ้าม่านด้วยตัวเองทั้งหมด คงจะเป็นเรื่องที่เกินกำลังไป และเมื่อเกิดความเสียหาย อาจจะต้องเสียเงินมากกว่า การใช้บริการรับซักผ้าม่านมาจัดการเสียอีก อีกทั้งบางร้าน ยังมีการรับประกันความเสียหาย หากเกิดความผิดพลาดขึ้นอีกด้วย