วิธีซักพรม วิธีทำความสะอาดพรม

กำลังมองหาวิธีซักพรมอยู่หรือเปล่าคะ ถ้าหากว่าบ้านของคุณปูพรมล่ะก็ แรกๆ ก็อาจดูดี สมฐานะ แต่พอเวลาผ่านไปไม่นาน พรมที่ว่าสวย ดูดี ก็อาจกลายเป็นแหล่งสะสมฝุ่นละอองได้



หลายๆ คนกลายเป็นโรคภูมิแพ้ จนจำเป็นต้องรื้อพรมทิ้งไป หรือไม่ ก็ต้องหาวิธีทำความสะอาดพรมโดยด่วน

ดังนั้น วันนี้เรามาเรียนรู้วิธีทำความสะอาดพรม ให้ปราศจากฝุ่นละอองและเชื้อโรคกันดีกว่าค่ะ

วิธีซักพรม มีอยู่หลายวิธีด้วยกัน ขึ้นอยู่กับคุณภาพ และราคาของพรม ถ้าเป็นพรมที่สั่งทอมาเป็นพิเศษ หรือออเดอร์มาจากต่างประเทศ ก็คงจะต้องเรียกใช้บริการของบริษัทรับทำความสะอาดกันบ้าง

แต่ถ้าเป็นพรมทั่วไป ก็สามารถทำความสะอาดได้ด้วยการดูดฝุ่น หรือซักพรมแบบใช้น้ำยาซักพรม ซึ่งเป็นการซักเปียก หรือใช้น้ำยาซักแห้ง ที่ใช้สำหรับซักพรมแบบแห้ง หลายๆ คนอาจจะงง ว่ามันแตกต่างกันอย่างไร

เครื่องกรองน้ำ Coway จากประเทศเกาหลี

 

การซักพรมแบบเปียก

บอกความหมายในตัวเองอยู่แล้วว่า ต้องใช้น้ำ ผสมกับน้ำยาซักพรม ซึ่งมีวางจำหน่ายตามร้านทั่วไป การซักพรมวิธีนี้ ให้นำน้ำยาซักพรมมาผสมกับน้ำเปล่า แล้วใช้แปรงขนนุ่ม แปรงเบาๆ ให้ทั่วผืนพรม จากนั้นก็ให้ล้างน้ำสะอาด แล้วนำไปผึ่งแดดให้แห้ง ซึ่งอาจต้องอาศัยเวลา เพราะพรมมักจะอุ้มน้ำได้ดี กว่าจะรีดน้ำออก และผึ่งจนพรมแห้ง ก็คงอาศัยเวลาเป็นวัน หรือหลายวัน และเมื่อพรมแห้งดีแล้ว ก็ควรจะใช้แปรงตบแต่งพรมให้ฟูน่าใช้ ก่อนที่จะนำกลับมาใช้เหมือนเดิมค่ะ

 

การซักพรมแบบแห้ง

ตามร้านขายพรม หรือห้างสรรพสินค้า จะมีผงซักแห้งวางจำหน่าย วิธีใช้ก็แค่น้ำผงซักแห้งโรยให้ทั่วๆ ตามบริเวณที่มีคราบสกปรกปนเปื้อน จากนั้นทิ้งไว้สักครู่ แล้วใช้แปรงปัดเบาๆ ที่คราบเปื้อน จากนั้นจึงใช้เครื่องดูดฝุ่น ดูดออกจนหมด ซึ่งการซักแห้งอาจจะทิ้งรอยด่างตรงบริเวณที่เปื้อนอยู่บ้าง ก็คงจะต้องทำใจกันสักหน่อย

เพราะการใช้พรมปูพื้นห้อง หากมีเด็กเล็กๆ หรือจัดปาร์ตี้กันบ่อยๆ ต่อให้ระวังกันมากแค่ไหน ก็คงจะต้องมีคราบอาหาร เครื่องดื่ม หรือสีต่างๆ ที่น้องๆ เด็กๆ ละเลงไว้เป็นศิลปะบนผืนพรมให้เห็นกันอยู่ แม้ว่าจะใช้น้ำยาซักพรมยี่ห้อดีขนาดไหน คงไม่สามารถกำจัดออกไปได้หมด

และที่หวังว่าจะได้พรมที่ซักแล้ว ให้กลับมาสวยงามดังเดิม เห็นทีจะยาก คุณแม่บ้านที่ขยันดูแลความสะอาดในบ้าน คงรับมือกับปัญหานี้ได้ไม่ยาก แต่ถ้าทำงานนอกบ้านด้วย ขอแนะนำให้จ้างบริษัทรับซักพรมจัดการกับปัญหานี้แทนจะดีกว่าค่ะ